5 ผลไม้บำรุงสายตา ช่วยป้องกันปัญหาสายตา

5 ผลไม้บำรุงสายตา ช่วยป้องกันปัญหาสายตา

หลายคนน่าจะเจอปัญหาเกี่ยวกับดวงตาคล้าย ๆ กัน เนื่องจากนั่งทำงานจ้องจอทั้งวันทำให้อาจเกิดอาการตาพร่ามัว ตาแห้ง บางครั้งยังปวดหัวแบบปุบปับไม่ทราบสาเหตุอีกด้วย ซึ่งนี่อาจจะเป็นสัญญาณที่บอกว่ "ถึงเวลาแล้วที่เราต้องดูแลสายตาอย่างจริงจังแล้ว"

อย่างไรก็ตามเราสามารถหาตัวช่วยบำรุงสายตาแบบง่าย ๆ ด้วยวิธีการกินก็คือ “ผลไม้” นั่นเอง ซึ่งจะเน้นที่ผลไม้หากินได้ง่ายเป็นประจำ มาดูกันว่า "ผลไม้บำรุงสายตา" อะไรที่เราควรกิน และควรกินปริมาณมากน้อยแค่ไหนจึงจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่ก่อนอื่นใด เรามารู้จักกับโรคทางตาที่มาพร้อมกับอายุกันก่อนค่ะ 

 

ปัญหาสายตาที่มาพร้อมกับอายุ

รู้หรือไม่ว่า "ปัญหาสายตา" ไม่ได้เกิดขึ้นกับคนที่ทำงานใช้สายตาอย่างหนัก หรือจ้องมองหน้าจอเป็นเวลานานเท่านั้น แต่ปัญหาค่าสายตาก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นได้ด้วยเช่นกัน 

1. สายตายาวตามวัย (Presbyopia)

สาเหตุเกิดจากความยืดหยุ่นของเลนส์ตาลดลง ทำให้ไม่สามารถปรับโฟกัสระยะใกล้ได้ดีเหมือนเดิม ทำให้การอ่านหนังสือหรือมองวัตถุระยะใกล้ยากขึ้นหรืออาจต้องใช้แว่นสายตาช่วย

2. จอประสาทตาเสื่อมตามอายุ (Age-Related Macular Degeneration - AMD) 

เกิดจากความเสื่อมของจุดรับภาพในดวงตา ทำให้การมองเห็นภาพพร่ามัวหรือบิดเบี้ยว บางรายอาจมองเห็นจุดดำตรงกลางภาพ

3. ต้อกระจก (Cataract) 

เกิดจากเลนส์ตาขุ่นมัว ทำให้แสงผ่านไปยังจอประสาทตาได้น้อยลง ส่งผลให้การมองเห็นพร่ามัว มองภาพซ้อน ซึ่งอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

4. ต้อหิน (Glaucoma) 

เกิดจากความดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เส้นประสาทตาเสียหายและการมองเห็นแคบลงจนกระทั่งตาบอดได้หากไม่ได้รับการรักษา

5. ตาแห้ง (Dry Eye Syndrome) 

เกิดจากการผลิตน้ำตาลดลงหรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดีพอ ส่งให้เกิดการระคายเคืองตา แสบตา หรือมีอาการพร่ามัวในบางครั้ง

6. เบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy) 

เกิดจากโรคเบาหวานที่ส่งผลต่อหลอดเลือดในจอประสาทตา ทำให้ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลง และอาจทำให้ตาบอดถาวรหากไม่ควบคุม

7. การรับสีผิดปกติ (Color Vision Deficiency) 

เกิดจากการเสื่อมของเซลล์รับสีในจอประสาทตา ส่งผลให้มองเห็นสีผิดเพี้ยน โดยเฉพาะสีแดงและเขียว

 

โรคที่เกี่ยวกับดวงตามีไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ? เราลองมาดูกันว่าการป้องกันแบบง่าย ๆ  ที่เราทำได้มีอะไรบ้าง เพื่อให้ดวงตาอยู่คู่กับเราไปนาน ๆ 

 

ดวงตาต้องการการบำรุงแค่ไหน? 

ดวงตาของเราประกอบด้วยโครงสร้างที่ซับซ้อน เช่น จอประสาทตา (Retina), เลนส์ตา (Lens), และจุดรับภาพ (Macula) ซึ่งต้องการสารอาหารสำคัญในการทำงานและปกป้องจากปัจจัยที่ทำให้เสื่อมสภาพ เช่น แสงสีฟ้า, รังสี UV, และอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในกระบวนการเผาผลาญ

 

สารอาหารสำคัญที่ดวงตาต้องการ:

  1. ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin): สารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบในจอประสาทตาและจุดรับภาพ ทำหน้าที่กรองแสงสีฟ้า และลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD)
  2. วิตามินเอ (Vitamin A): ช่วยในการผลิตโรดอปซิน (Rhodopsin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้เรามองเห็นในที่แสงน้อย
  3. วิตามินซี (Vitamin C): สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของเลนส์ตา เช่น โรคต้อกระจก
  4. เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene): ร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยเสริมการมองเห็นและป้องกันอาการตาแห้ง
  5. กรดไขมันโอเมก้า-3: ช่วยลดการอักเสบและป้องกันตาแห้ง โดยเฉพาะน้ำตาชนิดน้ำมัน

 

ผลไม้บำรุงสายตาตัวไหนดี?

วันนี้เราลองหยิบผลไม้ใกล้ตัว ที่เราสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามตลาดหรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านมาฝากค่ะ 


กล้วยน้ำว้า

  • อุดมไปด้วย วิตามินเอ และวิตามินบี 6
  • วิตามินเอช่วยเสริมการมองเห็นในที่แสงน้อย และป้องกันตาแห้ง
  • วิตามินบี 6ช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและเสริมระบบไหลเวียนเลือดในดวงตา
  • ปริมาณที่ควรกิน: วันละ 2 ลูก (ให้พลังงานกำลังดี และวิตามินเอเพียงพอสำหรับสายตา)

มะม่วง

  • อุดมไปด้วย วิตามินเอ และ วิตามินซี
  • วิตามินเอช่วยป้องกันอาการตาแห้ง โดยเพิ่มความสามารถในการหล่อเลี้ยงน้ำตา
  • วิตามินซีในมะม่วงช่วยป้องกันความเสื่อมของเลนส์ตา และเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดฝอยในดวงตา
  • ปริมาณที่ควรกิน: มะม่วงสุก 1 ลูกเล็ก (ให้วิตามินเอประมาณ 150-200 ไมโครกรัม)

อะโวคาโด

  • มี ลูทีน และ ซีแซนทีน ซึ่งช่วยกรองแสงสีฟ้าและลดการสะสมของอนุมูลอิสระในจุดรับภาพ
  • ไขมันดี (Monounsaturated Fat): ช่วยในการดูดซึมลูทีนและซีแซนทีนได้ดียิ่งขึ้น
  • ปริมาณที่ควรกิน: ½ ลูก (ให้ลูทีนประมาณ 200-250 ไมโครกรัม)

กีวี

  • มี วิตามินซี สูงมาก ช่วยปกป้องเลนส์ตาและลดความเสี่ยงของโรคต้อกระจก
  • โพลีฟีนอล (Polyphenols): สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสียหายต่อจอประสาทตา
  • ปริมาณที่ควรกิน: 1-2 ลูก (ให้วิตามินซีประมาณ 90-150 มิลลิกรัม)

ส้ม

  • อุดมด้วย วิตามินซี และสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งช่วยลดการอักเสบในดวงตา
  • วิตามินซีช่วยลดความเสี่ยงของโรคต้อกระจก และส่งเสริมการผลิตคอลลาเจนในเนื้อเยื่อตา
  • ปริมาณที่ควรกิน: ส้ม 1 ลูก (ให้วิตามินซีประมาณ 70-90 มิลลิกรัม)

 

การรับประทานผลไม้อย่างสม่ำเสมอ เช่น แครอท มะม่วง หรือกีวี สามารถช่วยบำรุงดวงตาให้แข็งแรงโดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้งก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

LASIK SUPER Center เรามีเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย พร้อมตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาค่าสายตา ไม่ว่าจะเป็น Lasik PresbyMax หรือ SmartSight นวัตกรรมล่าสุดสำหรับการแก้ไขสายตาด้วยความปลอดภัยสูง

สามารถเข้ามาปรึกษาเราได้ที่ โรงพยาบาลพญาไท 3, โรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา, โรงพยาบาลวิภาวดี หรือ ติดต่อช่องทางออนไลน์เพื่อสอบถามและปรึกษาเบื้องต้นได้ ที่ LINE @bangkok-lasik / โทรศัพท์: 02-467-1111 ต่อ 1438 หรือ 080-798-2020