ตาล้า อาการที่ไม่ควรมองข้าม ลักษณะเป็นอย่างไร

"ตาล้า" อาการอย่างไร? ปัญหาสายตาที่ไม่ควรมองข้าม

 

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเป็น กับการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน แล้วรู้สึกว่าตาแห้ง แสบตา มองอะไรไม่ชัด หรือปวดตา? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะ "ตาล้า" ที่หลายคนมักมองข้าม ซึ่งโดยปกติการหยอดน้ำตาเทียม หรือ หลับตาพักสายตาก็อาจทำให้อาการดีขึ้น แต่หากเริ่มเป็นบ่อยครั้ง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพตาที่รุนแรงได้ วันนี้เรามารู้จัก "อาการตาล้า" กันค่ะ 

 

ตาล้าคืออะไร?

ตาล้า หรือ Computer Vision Syndrome (CVS) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการใช้สายตามากเกินไป โดยเฉพาะการจ้องมองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน สมัยนี้ที่เราต้องทำงานหน้าจอกันทั้งวัน กลับบ้านมาก็ยังเล่นโทรศัพท์ อ่านข่าว ดูหนัง เล่นโซเชียล ไม่แปลกที่ตาของเราจะล้าและเสื่อมเร็วกว่าที่ควร

หลายคนคงเคยได้ยินผู้ใหญ่คอยบอกเราเสมอว่า "อย่านั่งใกล้ทีวี เดี๋ยวตาเสีย" แต่ปัจจุบันนี้เรากลับนั่งเพ่งหน้าจอที่ใกล้ตากว่านั้นหลายเท่า เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศ หรือมือถือที่พกติดตัวตลอดเวลา

อาการของตาล้าที่ควรสังเกต

อาการตาล้าอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่สัญญาณที่พบบ่อยมีดังนี้

  • ตาแห้ง แสบตา - รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายในตา กะพริบตาแล้วยังรู้สึกไม่สบาย 
  • ปวดตา หรือปวดบริเวณรอบดวงตา - บางคนอาจรู้สึกปวดที่ขมับหรือหน้าผากด้วย
  • มองเห็นไม่ชัด - ภาพเบลอชั่วคราว โดยเฉพาะเมื่อมองไกล หลังจากใช้สายตาระยะใกล้มานาน
  • ตาสู้แสงไม่ไหว - แสงจ้าทำให้รู้สึกไม่สบายตามากกว่าปกติ
  • น้ำตาไหล - บางคนอาจมีน้ำตาไหลมากผิดปกติ (ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของร่างกายเมื่อตาแห้ง)
  • เห็นภาพซ้อน - มองเห็นวัตถุเดียวเป็นสองภาพ โดยเฉพาะเมื่อใช้สายตานาน
  • ปวดคอ บ่า หรือหลัง - เกิดจากท่าทางที่ไม่เหมาะสมขณะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

แล้วเมื่อไหร่ที่ควรพบจักษุแพทย์?

ถึงแม้ว่าภาวะตาล้าส่วนใหญ่สามารถหายได้เองเมื่อให้ดวงตาได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่มีบางกรณีที่ควรปรึกษาแพทย์เช่นกัน ได้แก่ 

  • อาการไม่ดีขึ้นแม้จะพักสายตาแล้ว
  • มีอาการปวดตารุนแรง
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
  • ตาแดงมากผิดปกติ
  • มีอาการตาพร่ามัวที่ไม่หายไป
  • มีน้ำตาไหลหรือมีสิ่งคัดหลั่งออกจากตามากผิดปกติ

อย่าลืมว่า…บางครั้งอาการตาล้าอาจซ่อนปัญหาสุขภาพตาที่ร้ายแรงกว่านั้น เช่น ต้อหิน ต้อกระจก หรือจอประสาทตาเสื่อม โดยเฉพาะในกลุ่มวัยอายุ 40 ปีขึ้นไป การตรวจสุขภาพตาประจำปีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 

 

 

LASIK SUPER Center เรามีเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย พร้อมตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาค่าสายตา ไม่ว่าจะเป็น Lasik PresbyMax หรือ SmartSight นวัตกรรมล่าสุดสำหรับการแก้ไขสายตาด้วยความปลอดภัยสูง

สามารถเข้ามาปรึกษาเราได้ที่ โรงพยาบาลพญาไท 3, โรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา, โรงพยาบาลวิภาวดี หรือ ติดต่อช่องทางออนไลน์เพื่อสอบถามและปรึกษาเบื้องต้นได้ ที่ LINE @bangkok-lasik / โทรศัพท์: 02-467-1111 ต่อ 1438 หรือ 080-798-2020